พิธีกรรมโกงความตาย ด้วย”ตุ๊กตาเสียกบาล” โอนถ่ายความตายให้ลงที่ตุ๊กตา !!

ในสมัยโบราณ มีความเชื่อว่าการที่คนตายไปเป็นเพราะผีมาเอาชีวิตไป สำหรับคนที่เรารักจึงเป็นเรื่องทำใจได้ยาก หากจะต้องจากกันด้วยความตาย เมื่อดูแล้วว่า คนรักท่าจะไม่ดี จึงจำเป็นที่จะต้องหาวิธีขจัดความกังวลนี้ไป ด้วยหลากหลายวิธี ทั้งหาพระมารดน้ำมนต์ พึ่งพาไสยศาสตร์ สะเดาะเคราะห์กับพระหรือกูรู ในแต่ละพื้นที่นั้นๆ ให้สุดเต็มกำลังความสามารถ และหนึ่งในวิธีที่ในปัจจุบันคงไม่คุ้นตานัก คือ การทำตุ๊กตาเสียกบาล โดยมีการขุดค้นพบตุ๊กตาเสียกบาลเป็นตุ๊กตาดินเผาเคลือบสมัยสุโขทัย มีอายุประมาณพุทธศตวรรษ ๑๙-๒๐

ตุ๊กตาเสียกบาลมีที่มาจากคติความเชื่อว่า เมื่อมีคนเจ็บป่วย สาหัส แปลว่าผีกำลังจะมาเอาตัวไป จึงต้องหาวิธีไม่ให้ผีเอาตัวไปได้ จึงปั้นตุ๊กตาดินขึ้นมา ให้ตรงกับเพศของผู้ที่ใกล้ตาย จากนั้นก็หักคอตุ๊กตาตัวนั้นเสีย ! ทำพิธีที่เรียกว่า “พิธีเสียกบาล” แล้วนำเอาไปวางไว้ที่ตามที่อาถรรพ์ต่างๆ อย่าง ทางสามแพร่ง หรือ นำไปลอยน้ำ เป็นกลอุบายหลอกผี กล่าวคือเป็นการนำตุ๊กตามาเป็นตัวตายตัวแทนของคนใกล้ตายนั่นเอง พอทำพิธีเสียกบาล ก็เปรียบได้กับว่า ได้โอนถ่ายความตายไปยังตุ๊กตาตัวนั้นแล้ว

นอกจากตุ๊กตาเสียกบาลจะทำขึ้นในช่วงที่มีคนใกล้ตายแล้ว ยังทำพิธีนี้ขึ้นในกรณีที่มี ผู้หญิงท้องแก่ใกล้คลอด และเวลามีเด็กเกิดใหม่อีกด้วย ที่ทำพิธีนี้กับหญิงท้องแก่เพราะ การคลอดลูกนั้นถือเป็นการเสี่ยงตายเช่นกัน จึงต้องหาตัวตายตัวแทนเอาไว้

ส่วนพิธีนี้ ที่ทำเมื่อมีเด็กเกิดใหม่ เพราะคนโบราณเชื่อว่า ผีจะมาเอาชีวิตของเด็กทารกไปเพราะหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู แต่ในกรณีนี้จะไม่หักคอตุ๊กตา แต่จะใช้มีดกรีดหน้าตุ๊กตาให้ดูน่าเกลียดแทน แล้วจึงนำไปไว้ทางสามแพร่งเช่นกัน เพื่อเป็นนัยว่า เด็กคนนี้หน้าตาน่าเกลียดนะ พอผีเห็นเด็กคนนี้หน้าตาน่าเกลียดก็จะไม่เอาตัวไป ซึ่งเรื่องนี้เป็นคำอธิบายว่าทำไมจึงเรียกเด็กว่า “น่าชัง” เพราะถ้าบอกว่าน่ารักเฉยๆ ผีจะเอาตัวไป การบอกน่าชังด้วยจะทำให้ผีเกิดอาการสับสนและไม่นำตัวเด็กที่น่าชังนี้ไป

ตุ๊กตาเสียกบาลยังมีรูปแบบตามยศศักดิ์ของผู้เป็นเจ้าของ เช่น ก่อนออกศึกโหรทำนายทายทักว่า มีเคราะห์ก็จะทำการปั้นตุ๊กตาเสียกบาลเป็นรูปต่างๆ เช่นกำลังขี่ม้า ขี่ช้างเป็นต้น แล้วจึงหักคอตุ๊กตาทิ้งไป…